สวัสดีครับ อัพทีหายไปเป็นปี แบบว่านึกแนวไม่ออกว่าจะเขียนอะไร
บังเอิญช่วงนี้มีหลาย ๆ รายการที่เด็ก ๆ มาเข้าร่วมประกวด แข่งขัน เกมส์โชว์ ต่าง ๆ นา ๆ.....

ครับ.....เด็กฉลาดเป็นกรดแลคติคผสมซัลฟิวริกกันเลยทีเดียว ต่างจากรุ่นผมอย่างลิบลับ อายุเท่านี้
ตอนผมยังกินขี้มูกตัวเองอยู่เลยครับ เขียน ก.ไก่ ยังกลับหัวอยู่เลย

         เด็กฉลาดเป็นเรื่องน่ายกย่องครับ อนาคตของชาติที่มีความคิดความอ่านมากกว่าพี่ ๆ ในสภา...เอ่อ...
ไม่เอาดีกว่า........

แต่สิ่งที่มันดูหาย ๆ ไปทุกวันนี้คือคำว่าเด็กจริงๆ ที่ดูไม่ใช่เด็กเทียมแบบที่เห็นในทีวีน่ะ......เวลาเปิดหนังสือที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพดูแล้วเห็นช่างภาพลงภาพเด็กมา นั่นแหละครับแววตาของเด็กจริง ๆ ที่ไม่ปรุงแต่ง บางทีเราก็อยากเห็นแววตาแบบนั้นผ่านมาบ้าง......ลงค้น คุ้ย รูปที่มีอยู่ ขอจัดมาให้ชมสักหน่อย

 


เด็กคนนี้หันมาสบตาด้วยแฮะ ตอนแรกกะจะแอบถ่ายแต่แววตาน้องเค้าทำให้เราอดยิ้มไม่ได้จริง ๆ

 

 

ไปถึงสวนสัตว์ทั้งทีจะถ่ายแต่คนได้ไง เดี๋ยวเกิดความลำเอียงระหว่างสปีชีส์กันได้ อันนี้เป็นลูกเสือที่ยังตัวเล็กมาก เป็นขวัญใจเด็ก ๆ อย่างมาก แววตายังคงไร้เดียงสาหาความดุร้ายไม่ได้ กลายเป็นสัตว์ที่น่าสงสารมากกว่าน่ากลัว

 

 

ครับ....มันคือช้าง สัตว์ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ แต่ตอนเด็กดูยังงัยมันก็น่ารักดี

 

 

 

แววตาสื่อออกมาจากในกรง บางทีมันอาจจะอยากได้เพื่อนเล่นเหมือนเด็กทั่วๆไปก็ได้  (ไอ้ จขบ.มันจะรู้ดีไปละ)

 

 

สุดท้ายเด็กติดแม่ครับ....คงไม่รู้เรื่องอะไร ไม่สนใจอะไรมากกว่าขอให้มีกินไว้ก่อนละกัน

จบแล้วครับ กลับไปเปิดดูทีวีดูละครตบกันเหมือนเดิมได้แล้วครับ 
 

เป็นวันที่ร้อนตับแตกเลยทีเดียวครับ แต่ถ้าจะอยู่เฉย ๆ ก็อาจสติแตกได้ ดังนั้นไปถ่ายรูปดีกว่า ถึงแม้จะไม่ค่อยมีอารมณ์เท่าไรก็ตาม ดูรูปเลยดีกว่าครับ

เริ่มแรกพอไปถึงก็นั่งเรือข้ามฟากก่อนเลยครับ 2 บาท งานนี้ไม่เห็นเสื้อชูชีพเลยสักตัว งานนี้ดวงใครดวงมันครับ พอไปถึงก็ตัดสินใจนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะครับ จะเป็นยังไงก็ไม่อาจทราบได้ เพราะเพิ่งเคยมาจะไปถามพี่หนวดข้าง ๆ ก็เกรงพี่แกจะหงุดหงิดเนื่องจากอากาศร้อน แล้วมาลงที่เบ้าตาเราก็เป็นได้


ค่าเรือก็ 60 บาท ชิว ๆ เอาละเริ่มเดินทาง....อย่างแรกก็ต้องถ่ายสัญลักษณ์ของเกาะกันเลยทีเดียว มุมมหาชนตามเคย ไร้ความคิดเช่นเก่ามีไรมะ


บรรยากกาศที่นั่งในเรือครับ ขอหน้าสุดเลยแต่เก้าอี้นี่ร้อนก้นมามายครับ แอร๊กก!!!

 

ผ่านพระองค์ใหญ่หน้าวัดบางจาก อ่ะ! ไหว้!!!!



เจอเครื่องบินลำหญ่ายยย อ่ะ! ไหว้!!!! เย้ยยยย!!!



แวะบ้านขนมไทย ซื้อขนมไทย แอบกระซิบไม่ต้องรีบซื้อมากเพราะมีร้านอื่นอีก โดนมาแว้ววว



เจอเด็ก ๆ งานนี้ไม่พลาดอยู่แล้ว ต้องเข้าไปขอเบอร์ เอ๊ยยย!!! ขอถ่ายรูป -_-"



เครื่องดื่มยอดฮิตครับ 20 บาท ขายดิบขายดีเนื่องจากอากาศร้อนมาก อากาศที่เมืองไทยต้องยอมรับว่าร้อนมาก ๆ ต่างจากบ้านเกิดผมที่นิวซีแลนด์จริง ๆ



ระหว่างนักพักกินข้าว ก็จัดไปหนึ่งภาพ




ยังไม่อิ่มอีกสักหนึ่งภาพ (ก็มันมัวแต่ถ่ายรูป จะได้กินมั๊ยข้าวอ่ะ เรือเค้าจะออกแล้วนะเว้ยย) เด็กที่เรือนั่งทำ MV ซึ้ง ๆ อยู่





ลุงกะป้าคู่นี้น่ารักมากครับ พายเรือขายของตามเรือนักท่องเที่ยวแบบไม่กลัวร้อนเลยทีเดียว



เข้าวัดเข้าวาบ้าง อะไรบ้าง




จำชื่อวัดไม่ได้อ่ะครับ (ข้อมูลแน่นมาก ไม่มีอะไรติดมาในสมองเลยทีเดียว)






แวะพักที่ร้านริมน้ำที่จัดร้านได้น่ารักดีครับ ขอโกโก้เย็น ๆ มาก่อน จะเป็นลมแล้ว


มีดอกไม้ริมที่นั่งดูสดชื่นและน่ารักดีครับ




แต่หน้าตาเจ้าของร้าน.....ช่างตรงข้ามกับร้านจริง ๆ




ลืมบอกว่าทางเข้าไปท่าเรือมีบริการ 3 ล้อนะครับ 15 บาท อืม...สำหรับคนที่เลยช่วงชีวิตวัยรุ่นแล้วอย่างผมก็ขอใช้บริการก่อนละกันครับ





กลับมายังพอมีแรงเหลือก็เลยไปถ่ายรูปปิดท้ายที่สวนรถไฟครับ









สุดท้ายแล้วครับ แล้วพบกันใหม่เอนทรีหน้าคร๊าบบบ



แต่ถึงแม้จะกลัวอุปกรณ์ แต่ก็ยังชอบบุคลากรนะครับ แต่สำหรับวันนี้เราคือศัตรูกัน
อดข้าวอดน้ำตั้งแต่เที่ยงคืน เวลาจะทำอะไรเยี่ยงนี้มักมีมารมาผจญอยู่เรื่อย ๆ ทำนองว่า "เฮ้ยยย กุอยู่ที่ร้าน" , "มาเปล่า แดรกเบียร์อยู่คนเดียว เหงาว่ะ","ไปบ้านผีกันมะ เบื่อบ้านตัวเอง" เป็นต้น ต้องก้าวข้ามพ้นมันมาให้ได้


ตื่นเช้าด้วยใจแป๊ว  ๆ นึกถึงเข็มแล้วเข่าอ่อน ทำไมวงการแพทย์มันไม่ก้าวหน้าแบบว่าเอาแสงส่องตัวแล้วรู้ทุกอย่างวะ จะเจาะจะจิ้มกันทำไม เสียเลือดเสียเนื้อกันเปล่า ๆคร่ำครวญไปก็ไร้ประโยชน์ รีบ ๆ ให้มันเสร็จ ๆ ไปเถอะ


จร๊อกกก..... เสียงฉี่ลงโถ ด้วยจิตใจอันบอมบางบ๊องแบ๊ว แต่แล้วก็ได้สติ สาดดดดดดดด ต้อ
งตรวจฉี่อั้นไว้ก่อนพี่น้อง

อาบน้ำแต่งตัวแต่ไม่ได้ฉี่ เฮ้อ  ฟังดูแปลก ๆ เอาล่ะออกเดินทางได้แล้ว ข้าศึกรออยู่ จะมีใครคิดเหมือนกูมั่งมั๊ยวะเนี่ย

มาถึง Office 7 โมงเช้า บระ๊เจ้าาา โลกาวินาศ กูมาเช้า กูทำได้
ขึ้นไปที่โต๊ะ ทำใจ 5 นาที หยิบแบบสอบถามและเริ่มลงทะเบียนกับนางพยาบาลคนแรก อืม อวบไปหน่อย ระยะเกือบสุดท้าย เจ๊แกก็แจกอุปกรณ์ให้ตามระเบียบ แล้วก็เดินยังจุดต่อไป เป็นการช่างน้ำหนักวัดส่วนสูง โอเค วางของ ถอดรองเท้า เฉพาะรองเท้านะครับ ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว แบบนักมวยช่งน้ำหนักขนาดนั้น พนักงานไม่มีรุ่นเฟเธอเวทนาเว้ยยย ไม่น่าเชื่อน้ำหนักขึ้นมา 1 กิโล อย่างง เพราะโดยปกติตามค่ามาตรฐาน ISO 140000 แล้วเนี่ยน้ำหนักตูจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 3-4 ปีครั้งนึงและไม่เกินครั้งละครึ่งกิโล นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือว่ากูอยู่วัยกลางคนแล้ว นี่มันสัญญาณของภาวะโลกร้อน เราต้องร่วมด้วยช่วยกันซะแล้ว ถึงว่าพักนี้เหมือนพุงมันยื่น ๆ ออกมา มัวแต่ตกใจกะน้ำหนักตัวเอง เลยลืมมองคนวัดให้ว่าน่ารักหรือเปล่า ได้ยินแค่ว่าเชิญวัดความดันต่อเลยนะเคอะ

นั่นแหละครับ วัดความดันหลาย ๆ ครั้งที่ผลการวัดแปรปรวนเนื่องจากทุก ๆ ครั้ง ทำไมต้องวัดความดันก่อนเจาะเลือด แล้วยังเจือกเอาแผนกเจาะเลือดมาไว้ข้างหน้าให้กูดูต่างหน้าอีก ใจเต้นระรัววัดความดันมันจะถูกเหรอฟระครับ แถมมีบางครั้งถามอีกว่าเพิ่งไปวิ่งมาหรือเปล่าคะ??? อืม.....ครับ ผมรีบวิ่งมาตรวจครับเพราะอยากได้คนแรกเหมือนเม้นในเวบบอร์ดครับ
จะบ้าเรอะคนมันตื่นเต้น กลัวอ่ะ โหเจาะกันเห็น ๆ บทสรุปควาดันตัวแรกสูงไปนิดนึง แล้วเค้าก็ไม่อธิบายใด ๆ กูก็คงงง ๆ กันไปว่าไอ้ตัวแรกเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงสูง เี่กี่ยวกับการเมืองมั๊ย รึว่าเป็นที่ราคาน้ำมันดิบทั่วโลก จากนั้นก็ตอบแบบสอบถามนิดหน่อย

พยาบาล : ปกติสูบบุหรี่มั๊ยเคอะ?

เค้า : สูบบ้างไม่สูบบ้างครับ

พยาบาล : ......

เค้า :  (ไม่ได้กวนตรีนนะครับ แต่ไม่รู้จะตอบยังงัย คือบางวันก็ไม่สูบอ่ะ)

พยาบาล : ประมาณวันละกี่ตัวคะ

เค้า : เวงแล้วกู ไม่ได้เก็บสถิติไว้ด้วย บางวันก็มากบางวันก็น้อย หารกันออกมายังต้องมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานด้วยมั๊ยเนี่ย
แต่แล้วก็ตอบไปแบบเกมส์แฟนพันธ์แท้ที่จำใจต้องขอตอบว่า 3 ตัวครับ .... ไม่ต้องรอ ไม่ต้องลุ้นไม่ใช่ปัญญา นิรันดร์กุล เค้าไม่เฉลย

หลังจากนั้น

พยาบาล : แพ้ยาเปล่าคะ,เคยผ่าตัดมั๊ยคะ,เคยเกิดอุบัติเหตุอยู่ดี ๆ โดนที่วัดความดันตีหัวมั๊ยคะ ทุกวันศุกร์ทำไร คะ มี Hi,Face Book หรือ Twitter บ้างมั๊ยคะ บลา ๆๆๆๆ

....
..
.

เชิญตรวจเลือดต่อได้เลยคะ ห่ะ ยังไม่ได้เตรียมตัวเลยกู เอาล่ะสิ แล้วไม่ต้องรอต่อคิวให้ถ่วงเวลาทำใจด้วย เพราะคนน้อย ว่างรอกูเลยนะ โอ๊วววว สายตาพิฆาต ผู้ที่ซึ่งจะเป็นคนได้เลือดผู้ดีมีชาติตระกูลที่พลัดพรากจากหม่อมแม่  เอาวะ ผ่านด่านนี้ไปได้ก็ศุกร์แห่งชาติแล้ว อย่าคิดมากวันนี้เป็นวันดี วันเงินเดือนออก

ยื่นแขนออกไปอย่างองอาจ ปรากฏว่าผิดข้าง ...... อ้อซ้ายเหรอ เวงกำ ผิดตั้งแต่ต้นเรื่องเลย แหงนหน้า 45 องศามองฟ้ามองนกอย่าไปสนใจมัน แหงะออกข้างนิดนึง แสรดดดด โต๊ะข้าง ๆ กะลังดููดเข้าเต็มหลอดเลย แมร่งเอ๊ยย เปลี่ยนด้าน ๆ ด่วน มาละ สำลีเย็น ๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอีกไม่นานหรอกเมิง  เมิง โดนแน่ อีศุภเดช (ใครวะ?? ศุภเดชเนี่ย) และแล้ว จรึ๊กกกก ....... จากนั้นไม่นานเกินหนึ่งอึดใจแมวว เรียบร้อยแล้วค่ะ นั่นแหละคำนั้นที่อยากได้ยิน เสร็จแร้วว้อยยยย ด่านที่เหลือก็จิ๊บ ๆ แล้วววว โอ้วดูมีพลังบารมีอะไรขนาดนี้ แค่เจาะเลือดเสร็จเนี่ย ลัลล้า อ๊ะ ไปฉี่ให้เค้าตรวจก่อนอั้นไว้นานไม่ดี

หลังจากนั้นก็หยิบดัชมิลล์ในถุงกระดาษอันกิ๊บเก๋ที่คุณพยาบาลให้มาดูดอย่างอร่อย แค่นี้เองไม่เห็นมีอะไรเลยกลัวกันไปได้เนอะ

ปล 1 วันนี้กล้องเจ๊งฝุ่นเข้า CCD กล้องเจ๊งต้องเอาเข้าศูนย์ถึง 2 อาทิตย์
ปล 2 ตอนบ่ายง่วงมาก ดันตื่นเต้นมากเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ  

หลังจากที่ฉลองการมาถึงด้วยสุราและปลาหมึกเมื่อคืนเรียบร้อยโดยสวัสดิภาพ คือไม่หน้าคะมำลงเตาถ่านแล้วนั้น เราก็ค่อย ๆ งัวเงีย คืบคลานต่ำกันขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน น้ำไม่อาบเพราะอยากประหยัดช่วยโลกร้อน ก็ได้เวลาที่เราต้องไปทำประโยชน์กันแล้ว แน่นอนครับ!! อยู่บ้านท่านอย่านิ่งเดียวดายถ้าปั้นวัวปั้นควายไม่เป็นก็ต้องเป็นวัวเป็นควายซึ่งเป็นแนวถนัดอยู่แล้วล่ะครับ เอาล่ะไดเวลาไปหาปลากันเพื่อให้แม่นั้นนำมาขายซื้อนมให้พวกเรากินกัน ขั้นแรกต้องเตรียมเรือ อวนลาก เช็คเรดาร์ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่พูดมาทั้งหมดนั้น ไม่ได้ทำ...... ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เตรียมลังน้ำแข็งไปซื้อปลาที่ท่าเรือแค่นั้นแหละครับ พูดให้ดูเว่อร์ ๆ ยิ่งใหญ่ไว้ก่อน 55+ เอาล่ะ เอาลังขึ้นรถแล้วไปกันเลย เอาแบบสภาพยังไม่สร่างนี่แหละ

เริ่มจากการไปสำรวจตลาดสดเพื่อเช็คเรตติ้งแม่ค้ากันก่อนเลยว่าเรื่องคมแฝก2 เป็นอย่างไรบ้าง เย้ยยย !!! ไปซื้อของครับ งานนี้รู้สึกว่าแม่จะได้เอ็นหอยมาครับ หอยอะไรก็ไม่ทราบได้เนื่องจากพวกเราสนใจยาคูลล์กันอยู่ดูดอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ได้สนใจช่วยแม่ซื้อของแต่อย่างใด ทำนองว่ามาให้รถมันหนักเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง เชิญชมถาพบรรยากาศได้เลยครับ

 หลังจากซดยาคูลล์ไป 3 ขวดเพื่อให้จุลินทรีย์ แลคโตบาสิลอน ได้ไปฆ่าแอลกอฮอล์เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปเรื่อย ๆ พูดคุยโบกมือและแจกลายเซ็นแม่ค้าย่านนั้น (เอาเข้าไป)ต่อไปคือปลาหมึกของโปรดที่เราจัดการมันไปเมื่อคืน และยังถือว่าโชคดีที่เรายังไม่เอามันออกไปตั้งแต่เมื่อคืนในสถานะของเหลวและของเละ...หยึยยยยย
สังเกตว่าเจ๊แกหน้าแดงเนื่องจากใช้อุทัยทิพย์ป้ายแก้มมาเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่า ป๋อ ณัฐวุฒิ จะมา

จากนั้นเราก็มาหยุดพักที่ลานจอดรถเพื่อที่จะไปสะพานปลากันต่อ ภาระกิจอันหนักหน่วงและเป็นที่ถนัดของเราก็คือแอบยิงสาว ๆ ที่เดินอยู่แถวนั้น ซึ่งเป็นภาระกิจเสี่ยงบาทาของแฟนเขาที่จะลอยเข้าหน้าเลนส์กล้องของเราอย่างไม่ต้องสงสัยได้เลยทีเดียว แต่พวกเราก็ไม่กลัวอยู่แล้วเพราะพวกเรามีหลวงพ่อหมีแพนด้า "รุ่นลงหน้าหนึ่งทุกวัน" ไว้คอยคุ้มครองอย่างดีแต่จากภาพก็ได้เท่าที่เห็นเพราะกำลังซูมเรามีน้อยเหลือเกิน

เอาล่ะพอหอมปากหอมคอรีบไปก่อนโดนเด็กแว้นกระทืบเอาดีก่า.... มุ่งหน้าสู่สะพานปลากันเลยยยยย ไปดูสิว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรจะเหมือนสะพานลอยหน้า office หรือไม่ ไปดูกัน

แถ่นแท้นนนน ถึงแล้วครับพี่น้องสะพานปลา ก่อนสิ่งอื่นใดมาถึงที่ทั้งทีก็ต้องหาอาหารที่ขึ้นชื่อที่คนที่นี่นิยมกินกันมากที่สุด จัดมาสักหนึ่งจานกันก่อนหิวแล้วว แดดก็แรงพอควรเดี๋ยวจะหมดแรงตกน้ำตกท่ากันไป ผ่างง ... เป็นงัยครับจานเด็ดของเราทั่วโลกต้องรู้จักครับจานนี้ ดังมาก...

ซัดกันไปให้หายหิวจะได้เดินทักทายแฟนละครของเราต่อไป
อ่ะเชิญชมบรรยากาศของสะพานปลากันครับ ปลามากมายรอให้ผู้คนมาซื้อไป แบบสด ๆ ขอย้ำสดจริง ๆบางตัวถึงขนาดชี้หน้าท้าต่อยกับเราเลยทีเดียว

สด ๆ ขนาดมหึมาน่าทานกันไหมล่ะครับ น้ำลายไหล.... อยากกินดิบ55+
สำหรับบรรยากาศที่นี่ก็เต็มไปด้วยเรือที่เข้ามาเทียบท่าเอาปลามาลง ดูวุ่นวายพอสมควรเลยล่ะครับ คนเยอะแยะเลยทำให้โอกาสที่เราจะขโมยปลาของเค้านั้นยากมาก เราจึงอดได้ปลาทูฟรีมากินกัน...

ส่วนด้านล่างนี่เราเอามาฝากสาว ๆ โดยเฉพาะ (หนุ่ม ๆ ก็ดูได้ แต่ไม่แนะนำ)อยากเห็นนายแบบหุ่นล่ำ ๆ ไม่ต้องไปไหนไกลครับ สะพานปลามีทุกสิ่งให้เลือกสรร

 
นอกจากจะมีนายแบบยืนโชว์หัวนมแบบภราดรแล้ว ที่นี่ยังมีแผนกคัดปลาว่าตัวไหนเป็นไข้หวัด 2009 หรือไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือเปล่า หลบหนีน่านน้ำมาหรือไม่เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้กินปลาคุณภาพกัน


เวลาปลามาถึงเค้าก็จะเทกองแบบนี้ให้เจ๊แกคัด สังเกตว่าแกจะแอบเคืองเล็กน้อย เนื่องจากมันมาไม่ขาดสาย ออกแนวกูไม่ได้หยุดพักไปกินข้าวผัดกระเพราหมูเลยเว้ยยยย


 โอ๊วววว...นอนตายเกลื่อนน่าสงสาร บอกแล้วให้ไปเกิดเป็นแพนด้า
หลังจากที่แม่ได้ของที่ต้องการแล้วเราก็ไปกันต่อ ที่ต่อไปออกแนวประมาณหมู่บ้านประมง ออกไปจับปลากับเรือเล็กแล้วก็เอามาขาย แต่ไม่มากเท่าสะพานผปลาที่มีเรือขนาดใหญ่มาไม่เว้น เราลองไปดูกันว่า เค้าทำกันอย่างไร ไปเลย

อ๊าาา ถึงแล้วครับ แต่อย่าเพิ่งงงกับภาพแรก มันคือบ่อเลี้ยงปลากระพงครับ แต่ผมไม่สามารถหาตัวมันมาให้ดูได้ดูบ่อมันไปก่อนแล้วกันนะ หรือใครเห็นปลาในภาพบ้าง วงให้ดูที เห็นมันร่มรื่นดีเลยมานั่งอู้...


 เอาล่ะมาดูบรรยากาศการต่อรองราคาปลากะแม่ค้าที่นี่ครับ ก็คุยกันจะๆ เลยถูกใจก็ยกกันไปได้เลย คาดว่าที่นี่ราคาถูกกว่าสะพานปลาเพราะชาวบ้านเค้าหากันเอง เป็นแบบครอบครัวประมงอะไรทำนองนั้น



ผมว่าปลาที่นี่ก็สดดีนะครับ แล้วบางทีก็ไม่บี้แบนเหมือนขนมาจากเรือใหญ่ ๆ ด้วย ดูนอนกันเย็นสบาย ตาแป๋วเชียว
เห็นแล้วอยากหยิบขึ้นมางาบสักคำ





ส่วนหนึ่งของเรือประมงที่นี่ก็มีอวนลากแบบในภาพนี่แหละครับ จับปลากันมาได้ก็เอามาขายกันเลย พ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ หุหุ

ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีนายแบบ โดมอนแมน เหมือนภาพข้างบนแต่ก็มีเด็กสก้อยยย เด็กแว้นนมายกปลาเหมือนกันนิครับ ใครชอบแนวนี้ก็เชิญทัศนาได้เลยย



ระหว่างนี้ผมก็เดินไปตามเรื่องตามราวเก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกัน เชิญชมกันได้ครับผม
ที่นี่ก็มีหาดเหมือนกันนิ แต่คงไม่เหมาะที่จะไปอาบแดดเดี๋ยวจะโดนหินบาดเอาซะ



ร่มรื่นและบรรยากาศดีมากเหมาะกับการปิ้งย่างและสังสรรค์กรึ๊บกันซะอย่างยิ่งเลยทีเดียว




และทุกทริบจะขาดนายแบบแบบนี้เสียไม่ได้ มันต้องได้เข้ากล้องตลอด เท่ห์น่าดูเลยเชียว



ก่อนกลับก็ทำการแฮบบบมะยมเค้าซะหน่อย ดกดีเหลือเกินขอไปชิมบ้างคงไม่ว่ากันนะ ... อ๊ะพูดในใจไม่มีใครตอบแสดงว่าอนุญาต อิอิ




เมื่อได้ทุกอย่างและยกขึ้นรถหมดแล้ว สถานที่ที่เราจะไปต่อก็คือตลาด ที่ที่เราจะนำปลาที่ได้มานี้ไปปล่อยสู่ผู้บริโภคแฟน ๆ ละครของพี่ป๋อที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดกันต่อไป ดูซิว่านอกจากเราจะขนปลาไม่เอาไหนแล้วเราจะสามารถขายของได้หรือไม่ อ้อ! ..... ลืมบอกว่าที่นี่เราได้ปลาเก๋ามมาด้วยเพราะมันติดอวนมาเราเลยซื้อมาไว้ทำกินเอง (เมนูกับแกล้ม) ในราคาย่อมเยาว์ด้วยยย เมนูปลาราดพริกแน่นอนงานนี้

มาดูบรรยากาศการเิปิดตลาดกัน ก็เริ่มกันตั้งแต่ช่วงเที่ยง ๆ บ่าย ๆล่ะครับ เราเพิ่งจะเริ่มขนของลงมากันแต่ลูกค้าก็เริ่มมาซื้อกันแล้วขนกันไม่ทันเลย สงสัยเพราะพวกเราหน้าตาดีเลยเรียกลูกค้าได้เยอะ





หลังจากนั้นพวกเราก็ทยอยเอาปลามาลงเรื่อย ๆ อาจจะดูเก้งๆ ก้าง ๆ ไปนิดสำหรับคนแถวนั้น เพราะปกติเราทำแต่งานพวกเดินแบบถ่ายแฟชั่น ไม่ค่อยถนัดหิ้วกระป๋องใส่ปลาแต่อย่างใด



ส่วนจะเป็นปลาอะไรชนิดไหนบ้างนั้น อย่าให้บรรยายเลยครับ บอกตามตรงจำไม่ได้สักตัว
ใครรู้จักบอกด้วยละกัน


จากนั้นเราก็ลองแสดงฝีมือเป็นพ่อค้ากันดูบ้างว่าจะรุ่งแค่ไหน เอ้าวันนี้เปลี่ยนแนวมาพบกับกลุ่มพ่อค้าขวัญใจวัยรุ่นกันหน่อย เราทำได้ดีเกินคาดครับ ทุกอย่างไม่วาจะเป็นหยิบผิด ช่างกิโลมั่ว ทอนตังค์เกินอย่ากระนั้นเลยไปจับกล้องเหมือนเดิมดีก่าขายปลาท่าจะไม่รุ่งซะแล้ว



ป่ะ จะพาไปชมบรรยากาศในตลาดกัน เอามุมมองแปลก ๆ ดูบ้าง เป็นต้นว่าเจ๊คนนี้ไม่รู้ว่าอดหลับอดนอนที่ต้องตื่นแต่เช้าหรือเจ๊แกลืมกุญแจเข้าบ้าน หรือบ้านแกอยู่ตรงนี้ หรือเมื่อคืนดูบอลดึกก็ไม่ทราบได้ถึงได้มาหงายแหงะอยู่ตรงนี้ได้




ต่อมาป้าขายผักคนนี้ท่าทางจะฮาร์ดคอร์มาก ไม่รู้จะบรรยายยังงัยดูเอาเอง เด็กต่ำกว่า 18 ควรดูกะผู้ปกครองนะ สองภาพปิดท้ายที่ได้ใจท่านผู้ชมเป็นอย่างสูง ร่วมกันโหวต 2 ภาพนี้โดยส่ง SMS มาที่เบอร์ @$#*$^* (ครั้งละ 150 บ.) เย้ยย!!! พอแล้วว ส่วนพวกเราก็ขอกลับไปทำอาหารที่ได้จิ๊กมาก่อนขนลงตลาดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ประมาณว่าเก็บของดี ๆ ไว้กินเอง 55+ เอาล่ะไปเข้าครัวกันก่อนนะครับ เอนทรีนี้ก็ขออำลาเพียงเท่านี้ ครั้งหน้าจะพาไปดูสวนปาล์มนะเออ...


ปล.ปลาเก๋าราดพริกของพวกเราสามารถทำสำเร็จเป็นอาหารกลางวันที่อร่อยมาก ถ่ายรูปมาให้ดูไม่ทันเพราะถ้ามัวแต่ถ่ายรับรองหมดก่อนเป็นแน่แท้